
การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของโครงการ

การปฐมนิเทศโครงการ
ขอเชิญเข้าร่วมการปฐมนิเทศโครงการศึกษานำร่องพัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอัตโนมัติเพื่อป้องกันการโจรกรรมอุปกรณ์งานไฟฟ้าแสงสว่างบททางหลวงชนบท ในวันที่ 8 กรกฏาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 12.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราโคราช ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา
แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลว่า ปัญหาสำคัญของการระงับเหตุโจรกรรมในปัจจุบันคือข้อจำกัดด้านระยะทางและกำลังพลของเจ้าหน้าที่ ทำให้แม้ระบบแจ้งเตือนจะสามารถแจ้งเหตุได้ แต่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที จึงเสนอให้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม ทั้งนี้จากข้อมูลเชิงพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ พบว่าจุดเสี่ยงที่เกิดเหตุบ่อยครั้งมักอยู่บริเวณสะพาน เนื่องจากเป็นจุดอับสายตาและมีโอกาสหลีกเลี่ยงการสังเกตเห็นได้ง่าย โดยช่วงเวลาที่เกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่ระหว่างเวลา 01.00–02.00 น.



เทศบาลตำบลตลาด
เทศบาลตำบลตลาดสะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดจากเหตุโจรกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง เนื่องจากส่งผลต่อความปลอดภัยในการสัญจร โดยมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดเสี่ยงหลายพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและติดตามผู้กระทำผิด นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีพื้นที่ปฏิบัติงานใกล้เคียงกันและสามารถลงพื้นที่ระงับเหตุได้รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ก่อเหตุอาจมีอาวุธและประชาชนทั่วไปไม่กล้าเข้าเผชิญหน้า



สถานีตำรวจภูธรจอหอ
สถานีตำรวจภูธรจอหอเสนอแนวทางการดำเนินงานในเชิงรุก โดยเห็นควรให้มีการจัดทำหนังสือเชิญผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจอหอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างชัดเจน เนื่องจากปัจจุบันสายตรวจมีการออกตรวจตราตามพื้นที่รับผิดชอบอยู่แล้ว จึงสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับระบบแจ้งเตือนได้ ทั้งนี้ยังให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่มักเป็นผู้กระทำผิดซ้ำ และไม่เกรงกลัวต่อกล้องวงจรปิด นอกจากนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตเชิงยุทธวิธีว่า ผู้ก่อเหตุอาจมีการสร้างสถานการณ์หลอกลวง เช่น การตัดสายไฟพร้อมกันหลายจุด เพื่อสร้างความสับสนและเบี่ยงเบนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไปยังจุดอื่น ขณะเดียวกันมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่าควรพิจารณาประสานหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ เช่น ฮุก 31 เนื่องจากสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว แม้อาจไม่ใช่หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง



สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา
สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของข้อมูลสถิติการโจรกรรมที่ถูกต้องและครบถ้วน โดยเห็นว่าควรมีการรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อยืนยันข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากบางกรณีข้อมูลที่เกิดขึ้นอาจยังไม่ถูกรายงานเข้าสู่ระบบของตำรวจอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีข้อซักถามเกี่ยวกับความแม่นยำของระบบระบุตำแหน่ง โดยเฉพาะในกรณีที่หม้อแปลงไฟฟ้า 1 ตัว ควบคุมเสาไฟฟ้าหลายต้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งที่แจ้งเตือน อีกทั้งยังเสนอให้พิจารณาขยายขอบเขตของระบบให้สามารถแจ้งเตือนเหตุผิดปกติอื่น ๆ เช่น ไฟฟ้าดับจากต้นไม้ล้ม อุบัติเหตุ หรือเสาไฟฟ้าชำรุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเหตุการณ์ และต้องการให้ระบบสามารถระบุพิกัดจุดเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำในระดับพื้นที่จริง


